ประวัติหลวงปู่ม่วง..เป็นผู้ทรงศีลมีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ถือเป็นพระเถระที่ทรงธรรมอภิญญารูปหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 มีบุญญาบารมีที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชน ชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่เพชรบุรี ถึงชุมพรเลยทีเดียว
กฤษดาภินิหาร และบุญญาบารมีของหลวงปู่ม่วงมีจริง มิเช่นนั้นคงไม่มีการถือปฏิบัติเคารพกราบไหว้มาหลายชั่วอายุคนจนถึงทุกวันนี้..
.. ความเชื่ออยู่ที่ใจ ความเป็นไปได้อยู่ที่ความศรัทธา กฤษดาภินิหารและบุญญาบารมีของหลวงปู่ม่วง มิได้มีในตอนมีชีวิตอยู่ แม้ละสังขารไปแล้วก็ยังแสดงปาฏิหาริย์ ช่วยเหลือให้ผู้ศรัทธารอดพ้นจากภัยพิบัติอยู่เนืองๆ
หลวงปู่ม่วงเป็นใครยังเป็นเรื่องที่สืบสาวไม่ได้ แต่รายงานสำนักโบราณคดีราชบุรี ความตอนหนึ่งระบุว่า ".. แต่เชิงเขา ขึ้นไปถึงปากถ้ำมีบันไดก่อด้วยหินขึ้นได้สะดวก พระพุทธรูปหล่อและบันไดขึ้นถ้ำนั้น พระม่วงมาจากจังหวัดชุมพร ได้จัดการบอกบุญเรี่ยไรสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2437.." จึงพออนุมานได้ว่า หลวงปู่ม่วงมาจาก จ.ชุมพร และมาจำพรรษาที่วัดคงคาราม(ปัจจุบันเป็นวัดร้าง)เมื่อปี 2412 ตามตำนานพื้นบ้านบอกเล่ากันสืบต่อมาว่า..มีพระ 3 รูปเป็นพี่น้องกันได้เดินทางมาจาก จ.ชุมพร คือ หลวงปู่อินทร์ หลวงปู่ม่วง และหลวงปู่ในกุฎ(นาค) แล้วแยกย้ายกันจำพรรษาตามวัดต่างๆ หลวงปู่อินทร์ จำพรรษาที่วัดเขาโบสถ์ อ.บางสะพาน หลวงปู่ม่วง จำพรรษาที่วัดคงคาราม หลวงปู่ในกุฎ จำพรรษาที่วัดกุยบุรี ตามตำนานบอกว่า หลวงปู่ในกุฎเป็นพี่อาวุโสสูงสุด พระทั้ง 3 รูป ล้วนแต่ทรงธรรมอภิญญาเป็นที่ศรัทธาของปวงชนในแถบจังหวัดเพชรบุรี ถึง จังหวัดชุมพร